← กลับไป TechCut
BitcoinCryptoInvestmentTechCut

Digital Gold Rush: ทำไม Bitcoin ถึงยังมีอนาคตอีกยาวไกลในมุมมองของ Tech People?

จาก TechCut EP.7 — ถอดรหัสว่าทำไม Bitcoin ถึงยังน่าสนใจในระยะยาว ผ่านมุมมองของคนทำเทคโนโลยี ตั้งแต่กลไก Halving, Decentralization ไปจนถึง Generational Shift

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี คำถามที่หลายคนยังสงสัยคือ “Bitcoin เป็นเพียงกระแสชั่วคราว หรือเป็นอนาคตที่แท้จริง?” ในรายการ TechCut EP.7 คุณบี - พีรณัฎฐ์ ทูลแสงงาม จาก Muze และ พี่หมู - ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ได้มาร่วมถอดรหัสผ่านแว่นตาของคนทำเทคโนโลยี (Tech People) ว่าทำไมสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ถึงมีความแข็งแกร่งและน่าสนใจในระยะยาว


1. กลไกที่ “โปรแกรม” มาเพื่อชนะเงินเฟ้อ

หนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้ Bitcoin ต่างจากเงินเฟียต (Fiat Currency) ที่เราใช้กันอยู่คือ “ความหายาก” ที่ถูกกำหนดด้วยชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้

Limited Supply: Bitcoin ถูกกำหนดให้มีเพียง 21 ล้านเหรียญทั่วโลก ต่างจากเงินดอลลาร์หรือเงินบาทที่รัฐบาลสามารถพิมพ์เพิ่มได้ไม่จำกัด

The Halving Phenomenon: ทุกๆ ประมาณ 4 ปี จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Halving” ซึ่งจะทำให้จำนวน Bitcoin ใหม่ที่ขุดได้ลดลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ กลไกนี้สร้างภาวะ Supply Shock ที่ผลักดันมูลค่าในระยะยาวตามกฎ Demand & Supply


2. พลังของ Decentralization: ระบบที่ไม่ต้องใช้ความเชื่อใจ

ในฐานะคนทำซอฟต์แวร์ คุณบี พีรณัฎฐ์ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า Bitcoin คือระบบที่ “แฮกไม่ได้” และมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าสถาบันการเงินบางแห่งด้วยซ้ำ

Trustless System: เราไม่ต้องเชื่อใจตัวกลางหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เราเชื่อใจใน “คณิตศาสตร์” และ “Open Source Code” ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

Satoshi’s Legacy: แม้แต่ผู้สร้างอย่าง Satoshi Nakamoto ก็ไม่สามารถหยุดหรือสั่งปิดระบบนี้ได้ เมื่อโปรแกรมนี้ถูกรันขึ้นมาแล้ว มันจะคงอยู่ตราบเท่าที่ยังมีอินเทอร์เน็ตและพลังประมวลผลในระบบ


3. การเปลี่ยนผ่านของ Generation (The Wealth Shift)

เหตุผลที่ Bitcoin จะมีอนาคตอีกยาวไกล ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

Digital Native: หากถามเด็กยุคใหม่ระหว่าง “ทองคำ” กับ “คริปโต” พวกเขามีแนวโน้มจะเข้าถึงและเข้าใจการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายกว่า เหมือนกับการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ไปสู่ TikTok

Opportunity Cost: ในยุคที่ค่าเงินเฟ้อรุนแรง (เช่น การ์ตูนเล่มละ 20 บาท กลายเป็น 85 บาทในเวลาไม่กี่ปี) การ “ไม่ถือ” สินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่าตามกาลเวลาได้ กลายเป็นความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด


4. กลยุทธ์การอยู่รอด: DCA และวินัยในการลงทุน

พี่หมูและคุณบีเน้นย้ำว่า แม้ Bitcoin จะมีอนาคต แต่ความผันผวนก็เป็นเรื่องปกติ กลยุทธ์ที่แนะนำสำหรับมือใหม่คือ DCA (Dollar Cost Averaging)

4-Year Rule: สถิติที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า หากใครถือ Bitcoin ครบ 4 ปี (ครบไซเคิล Halving) ยังไม่เคยมีใครขาดทุน ไม่ว่าจะซื้อที่ราคาใดก็ตาม

วินัยเหนืออารมณ์: การทยอยซื้อด้วยเงินจำนวนเท่ากันสม่ำเสมอ จะช่วยเฉลี่ยต้นทุนให้เราได้ของถูกในช่วงตลาดขาลง และไม่ไปติดดอยในช่วงตลาดที่เต็มไปด้วยความโลภ


บทสรุปจาก Muze

ที่ Muze เรามองเห็นว่าเทคโนโลยี Blockchain และ Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเก็งกำไร แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลกการเงินที่ “โปร่งใส” และ “มีประสิทธิภาพ”

ความสนใจของเราใน Bitcoin ไม่ได้เริ่มจากมุมนักลงทุน แต่เริ่มจากมุมของ Tech People ที่ต้องการทำความเข้าใจระบบที่ซับซ้อนและทรงพลังนี้ เมื่อเรา “เข้าใจ” เราจึง “เชื่อมั่น” และนำความรู้นั้นมาต่อยอดเป็น Solutions ที่ช่วยให้ธุรกิจก้าวทันโลกอนาคต

สนใจร่วมสร้างโปรเจกต์ Tech แห่งอนาคตไปกับเรา? ติดตามต่อได้ที่ muze.co.th


สรุปประเด็นสำคัญจากรายการ TechCut EP.7 — “Digital Gold Rush: ทำไม Bitcoin ถึงยังมีอนาคตอีกยาวไกลในมุมมองของ Tech People?”